คลอรีน

หน้าหลัก > สินค้าทั่วไป > โซเดี่ยมไตรโปลี่ฟอสเฟต


  • Product Name:         Sodium Tripolyphosphate Food Grade (STPP)

     
    Specifications: 
       Na5P3O10:                        95.0%Min 
       P2O5:                                  57.0%Min 
       Fluoride(F):                        30ppm Max 
       Arsenic(As):                       3ppm Max 
       Heavy Metal(Pb):               10ppm Max 
       Chloride(CI):                      0.025%Max 
       Sulfate(SO4):                     0.4%Max 
       Water insoluble:                0.05%Max 
       PH:                                       9.5-10.0 
       Whiteness:                         85%Min 
       Phase I:                              10-60%
    โซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต (STPP - Sodium Tripolyphosphate)
    โซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต (STPP - Sodium Tripolyphosphate)
    โซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต (STPP - Sodium Tripolyphosphate) - เป็นเกลือโซเดียมของกรดไตรฟอสฟอริก มีลักษณะเป็นผงหรือเม็ดสีขาว ละลายน้ำได้ ผลิตได้จากปฏิกิริยาระหว่างโซเดียมไฮดรอกไซด์กับกรดฟอสฟอริก ไม่ใช่โซดาไฟ ส่วนโซดาไฟคือโซเดียมไฮดรอกไซด์ซึ่งเป็นด่างแก่ 

    โซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต เป็นสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองเมื่อมีการสัมผัส ใช้มากในการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ทั้งในอุตสาหกรรมและบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์อาหาร อาหารสัตว์ โลหะ สี เยื่อกระดาษ และเซรามิกส์ แต่ที่ใช้กันมากจะเป็นการผลิตผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำและพื้นผิวต่าง ๆ โดยโซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟตมีคุณสมบัติลดความกระด้างของน้ำช่วยให้การซักล้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นสารบัฟเฟอร์ จับคราบสกปรกและกันไม่ให้สิ่งสกปรกย้อนกลับมาติดพื้นผิวอีก

    สำหรับในอุตสาหกรรมอาหารจะช่วยเพิ่มการอุ้มน้ำของเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ป้องกันโปรตีนเสื่อมคุณภาพ, รักษาสีสรรของผลิตภัณฑ์, ลดการเกิดเจลในน้ำผลไม้ และเนื้อแฮมกระป๋อง และทำให้ถั่วประป๋องมีความอ่อนนุ่ม, ลดการเหี่ยวย่นในอาหารจำพวกไส้กรอก สามารถเรียกชื่อได้อีกอย่างว่า เพนตะโซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต และโซเดียม ไตรฟอสเฟต

     เมื่อกล่าวถึงอาหารแช่เยือกแข็ง ท่านผู้ฟังอาจจะฟังดูแล้วไม่คุ้นเคยนัก คำดังกล่าวแปลมาจากภาษาอังกฤษว่า Frozen Foods โดยทั่วไปเรามักจะเรียกกันติดปากว่า อาหารแช่แข็ง ดังนั้นในบทความนี้จะสื่อโดยใช้คำว่าอาหารแช่แข็ง  

            อาหารแช่แข็งเป็นการแปลตรงตัว ซึ่งหมายถึงการนำอาหารมาเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง จัดเป็นเทคโนโลยีหนึ่งในการถนอมอาหาร เพื่อยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาให้นานขึ้น โดยที่ยังคงรสชาดของอาหารไว้ โดยเฉพาะอาหารสด เช่น กุ้ง เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ปลา เป็นต้น เทคโนโลยีดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่สมัยเอสกิโม เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาและนับวันที่อุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็ว    

            ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในอาหารแช่แข็งคือ คุณภาพของอาหารหลังจากผ่านการปรุง (cooking) เพื่อการบริโภค ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการละลาย (thaw) และการปรุง ในขั้นตอนนี้อาหารแช่แข็งจะสูญเสียน้ำหนักไปเป็นปริมาณมาก เนื่องจากขณะที่เป็นน้ำแข็ง น้ำจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างเกิดผลึกซึ่งมีความคม และเนื้อเยื่อมีการหดตัว กลไกนี้ทำให้ผนังเซลล์ถูกทำลาย เมื่อนำมาละลายของเหลวที่อยู่ภายในเซลล์ก็จะไหลออกมาด้วยทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักในปริมาณมากกว่าปกติ นอกจากนี้โครงสร้างของเนื้อเยื่อก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยทำให้รสชาดความเหนียว นุ่ม เปลี่ยนแปลงไป จากปัญหานี้ทำให้มีการทำวิจัยพัฒนามากขึ้น โดยมีการนำสารกลุ่มโพลีฟอสเฟตเข้ามาใช้จุ่มเคลือบผิวของอาหารก่อนนำไปแช่แข็ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำหนัก

            จากรายงานการวิจัยของ University of Maryland โดย K.S.YOON ได้ทำการทดสอบแช่เนื้อไก่สดลงในสารละลายโพลีฟอสเฟตชนิดต่างๆ ที่ระดับความเข้มข้น10% เป็นระยะเวลานาน 10 นาที แล้วเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 20 oนาน 10 เดือน พบว่า เนื้อไก่ที่ผ่านการแช่สารละลายโพลีฟอสเฟตมีปริมาณการสูญเสียน้ำต่ำอย่างมีนัยสำคัญ  แต่มีเฉพาะสารโซเดียมไตรฟอสเฟตและไตรโซเดียมฟอสเฟตเท่านั้นที่สามารถคงรูปร่างและรสชาดเนื้อไก่ไว้ได้ เพราะสารทั้ง ชนิดนี้จะไปยับยั้งการเกิดผลึกน้ำแข็ง และการหดตัวของไมโอไฟบริล

    สำหรับประเทศไทยมีการนำสารดังกล่าวเข้ามาใช้แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเข้ามาในรูปของสารเติมแต่งสำเร็จรูปซื้อขายกันในชื่อเชิงการค้า ท่านผู้ฟังที่เป็นผู้บริโภคคงอยากทราบถึงผลกระทบอันตรายที่มีต่อสุขภาพ จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น พบว่า สารโพลีฟอสเฟตที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปเป็นสารฟอสเฟตหนึ่งหน่วย (single phosphate unit) ทั้งในขณะที่เก็บรักษาไว้ ขณะปรุงอาหารและเมื่อบริโภคเข้าสู่กระเพาะอาหาร สารฟอสเฟตหนึ่งหน่วยนี้เป็นสารอาหารที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยมาก อย่างไรก็ตามอาหารแช่แข็งที่มีปริมาณสารโพลีฟอสเฟตมากเกินไปจะก่อให้เกิดอันตราย ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่าปลอดภัยต่อสุขภาพผู้บริโภคควรทำความสะอาดอาหารแช่แข็งโดยการล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนนำไปบริโภคทุกครั้ง  เมื่อกล่าวถึงอาหารแช่เยือกแข็ง ท่านผู้ฟังอาจจะฟังดูแล้วไม่คุ้นเคยนัก คำดังกล่าวแปลมาจากภาษาอังกฤษว่า Frozen Foods โดยทั่วไปเรามักจะเรียกกันติดปากว่า อาหารแช่แข็ง ดังนั้นในบทความนี้จะสื่อโดยใช้คำว่าอาหารแช่แข็งเป็นการแปลตรงตัว ซึ่งหมายถึงการนำอาหารมาเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง จัดเป็นเทคโนโลยีหนึ่งในการถนอมอาหาร เพื่อยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาให้นานขึ้น โดยที่ยังคงรสชาดของอาหารไว้ โดยเฉพาะอาหารสด เช่น กุ้ง เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ปลา เป็นต้น เทคโนโลยีดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่สมัยเอสกิโม เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาและนับวันที่อุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็ว     ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในอาหารแช่แข็งคือ คุณภาพของอาหารหลังจากผ่านการปรุง (cooking) เพื่อการบริโภค ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการละลาย (thaw) และการปรุง ในขั้นตอนนี้อาหารแช่แข็งจะสูญเสียน้ำหนักไปเป็นปริมาณมาก เนื่องจากขณะที่เป็นน้ำแข็ง น้ำจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างเกิดผลึกซึ่งมีความคม และเนื้อเยื่อมีการหดตัว กลไกนี้ทำให้ผนังเซลล์ถูกทำลาย เมื่อนำมาละลายของเหลวที่อยู่ภายในเซลล์ก็จะไหลออกมาด้วยทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักในปริมาณมากกว่าปกติ นอกจากนี้โครงสร้างของเนื้อเยื่อก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยทำให้รสชาดความเหนียว นุ่ม เปลี่ยนแปลงไป จากปัญหานี้ทำให้มีการทำวิจัยพัฒนามากขึ้น โดยมีการนำสารกลุ่มโพลีฟอสเฟตเข้ามาใช้จุ่มเคลือบผิวของอาหารก่อนนำไปแช่แข็ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำหนัก จากรายงานการวิจัยของ University of Maryland โดย K.S.YOON ได้ทำการทดสอบแช่เนื้อไก่สดลงในสารละลายโพลีฟอสเฟตชนิดต่างๆ ที่ระดับความเข้มข้น10% เป็นระยะเวลานาน 10 นาที แล้วเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 20 oนาน 10 เดือน พบว่า เนื้อไก่ที่ผ่านการแช่สารละลายโพลีฟอสเฟตมีปริมาณการสูญเสียน้ำต่ำอย่างมีนัยสำคัญ  แต่มีเฉพาะสารโซเดียมไตรฟอสเฟตและไตรโซเดียมฟอสเฟตเท่านั้นที่สามารถคงรูปร่างและรสชาดเนื้อไก่ไว้ได้ เพราะสารทั้ง ชนิดนี้จะไปยับยั้งการเกิดผลึกน้ำแข็ง และการหดตัวของไมโอไฟบริล สำหรับประเทศไทยมีการนำสารดังกล่าวเข้ามาใช้แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเข้ามาในรูปของสารเติมแต่งสำเร็จรูปซื้อขายกันในชื่อเชิงการค้า ท่านผู้ฟังที่เป็นผู้บริโภคคงอยากทราบถึงผลกระทบอันตรายที่มีต่อสุขภาพ จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น พบว่า สารโพลีฟอสเฟตที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปเป็นสารฟอสเฟตหนึ่งหน่วย (single phosphate unit) ทั้งในขณะที่เก็บรักษาไว้ ขณะปรุงอาหารและเมื่อบริโภคเข้าสู่กระเพาะอาหาร สารฟอสเฟตหนึ่งหน่วยนี้เป็นสารอาหารที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยมาก อย่างไรก็ตามอาหารแช่แข็งที่มีปริมาณสารโพลีฟอสเฟตมากเกินไปจะก่อให้เกิดอันตราย ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่าปลอดภัยต่อสุขภาพผู้บริโภคควรทำความสะอาดอาหารแช่แข็งโดยการล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนนำไปบริโภคทุกครั้ง เมื่อกล่าวถึงอาหารแช่เยือกแข็ง ท่านผู้ฟังอาจจะฟังดูแล้วไม่คุ้นเคยนัก คำดังกล่าวแปลมาจากภาษาอังกฤษว่า Frozen Foods โดยทั่วไปเรามักจะเรียกกันติดปากว่า อาหารแช่แข็ง ดังนั้นในบทความนี้จะสื่อโดยใช้คำว่าอาหารแช่แข็งเป็นการแปลตรงตัว ซึ่งหมายถึงการนำอาหารมาเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง จัดเป็นเทคโนโลยีหนึ่งในการถนอมอาหาร เพื่อยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาให้นานขึ้น โดยที่ยังคงรสชาดของอาหารไว้ โดยเฉพาะอาหารสด เช่น กุ้ง เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ปลา เป็นต้น เทคโนโลยีดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่สมัยเอสกิโม เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาและนับวันที่อุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็ว    ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในอาหารแช่แข็งคือ คุณภาพของอาหารหลังจากผ่านการปรุง (cooking) เพื่อการบริโภค ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการละลาย (thaw) และการปรุง ในขั้นตอนนี้อาหารแช่แข็งจะสูญเสียน้ำหนักไปเป็นปริมาณมาก เนื่องจากขณะที่เป็นน้ำแข็ง น้ำจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างเกิดผลึกซึ่งมีความคม และเนื้อเยื่อมีการหดตัว กลไกนี้ทำให้ผนังเซลล์ถูกทำลาย เมื่อนำมาละลายของเหลวที่อยู่ภายในเซลล์ก็จะไหลออกมาด้วยทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักในปริมาณมากกว่าปกติ นอกจากนี้โครงสร้างของเนื้อเยื่อก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยทำให้รสชาดความเหนียว นุ่ม เปลี่ยนแปลงไป จากปัญหานี้ทำให้มีการทำวิจัยพัฒนามากขึ้น โดยมีการนำสารกลุ่มโพลีฟอสเฟตเข้ามาใช้จุ่มเคลือบผิวของอาหารก่อนนำไปแช่แข็ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำหนัก

            จากรายงานการวิจัยของ University of Maryland โดย K.S.YOON ได้ทำการทดสอบแช่เนื้อไก่สดลงในสารละลายโพลีฟอสเฟตชนิดต่างๆ ที่ระดับความเข้มข้น10% เป็นระยะเวลานาน 10 นาที แล้วเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 20 oนาน 10 เดือน พบว่า เนื้อไก่ที่ผ่านการแช่สารละลายโพลีฟอสเฟตมีปริมาณการสูญเสียน้ำต่ำอย่างมีนัยสำคัญ  แต่มีเฉพาะสารโซเดียมไตรฟอสเฟตและไตรโซเดียมฟอสเฟตเท่านั้นที่สามารถคงรูปร่างและรสชาดเนื้อไก่ไว้ได้ เพราะสารทั้ง ชนิดนี้จะไปยับยั้งการเกิดผลึกน้ำแข็ง และการหดตัวของไมโอไฟบริล

    สำหรับประเทศไทยมีการนำสารดังกล่าวเข้ามาใช้แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเข้ามาในรูปของสารเติมแต่งสำเร็จรูปซื้อขายกันในชื่อเชิงการค้า ท่านผู้ฟังที่เป็นผู้บริโภคคงอยากทราบถึงผลกระทบอันตรายที่มีต่อสุขภาพ จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น พบว่า สารโพลีฟอสเฟตที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปเป็นสารฟอสเฟตหนึ่งหน่วย (single phosphate unit) ทั้งในขณะที่เก็บรักษาไว้ ขณะปรุงอาหารและเมื่อบริโภคเข้าสู่กระเพาะอาหาร สารฟอสเฟตหนึ่งหน่วยนี้เป็นสารอาหารที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยมาก อย่างไรก็ตามอาหารแช่แข็งที่มีปริมาณสารโพลีฟอสเฟตมากเกินไปจะก่อให้เกิดอันตราย ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่าปลอดภัยต่อสุขภาพผู้บริโภคควรทำความสะอาดอาหารแช่แข็งโดยการล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนนำไปบริโภคทุกครั้ง
    ขนาดบรรจุถุงละ 25 กิโลกรัม

     

     

Copyright © 2012 by Viriya Interchem Co.,Ltd., by www.BigBang.co.th