โซเดี่ยมไบคาร์บอเนต
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่บริษัทฯ ได้ลงบทความสารเคมีที่บริษัทฯ ได้จัดจำหน่ายเพื่อเป็นความรู้กับท่านลูกค้าไม่มากก็น้อย
"โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตฟู้ดเกรด(Sodium Bicarbonate Foodgrade) ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ผักผลไม้การควบคุมคุณภาพเนื้อสัมผัสและรสชาติให้คงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะมีเคมีภัณฑ์เจือปนอาหารชนิดหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาเป็นระยะเวลายาวนานคือ โซเดี่ยมไบคาร์บอเนต ฟู้ดเกรด(Sodium Bicarbonate Foodgrade)หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ " เบกกิ้งโซดา (Baking Soda)"
สำหรับผู้ผลิตในระดับอุตสาหกรรมการเลือกใช้โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตที่ได้มาตรฐานเกรดอาหาร(Foodgrade)มีความบริสุทธิ์สูงและปลอดภัยตามมาตรฐานสากลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพ
- สูตรทางเคมี: NaHCO3
- ลักษณะทางกายภาพ: เป็นผงผลึกละเอียดสีขาว ละลายน้ำได้ดี
- ค่าความเป็นกรด-ด่าง(PH): มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ(PHประมาณ8.1-8.4ที่สารละลายเข้มข้น1%)
- กลไกการทำงาน: เมื่อได้รับความร้อน(อุณหภูมิ50องศาเซนเซียสขึ้นไป)หรือเมื่อทำปฎิกิริยากับสารที่เป็นกรดจะสลายตัวให้แก็สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์(CO2)น้ำและโซเดี่ยมคาร์บอเนต ซึ่งแก็สนี้เองที่เป็นตัวช่วยความโปร่งฟูและปรับเปลี่ยนโครงสร้างในอาหาร
หน้าที่หลักของโซเดี่ยมไบคาร์บอเนตในอุตสาหกรรมอาหาร
1. สารช่วยให้ฟู(Leavening Agent) :นิยมใช้ในขนมอบเพื่อสร้างแก็สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ดันให้เนื้อแป้งขยายตัวสปริงตัวดีและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มเบา
2. สารข่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัส(Texture Modifier): ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สารนี้จะช่วยปรับค่าPHทำให้โปรตีนผ่อนคลายและดักจับน้ำได้ดีและส่งผลให้เนื้อสัตว์มีความนุ่มและเด้ง
3. สารปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง(PH): ช่วยลดความเปรี้ยวของกรดธรรมชาติและกรดปรุงแต่งในเครื่องดื่ม รักษาสมดุลรสชาติให้กลมกล่อมลื่นคอ
ตารางสเปคอัตราส่วนการใช้(Usage Dosage)ใน 3 อุตสาหกรรมหลัก
เทคนิคการใช้งานเฉพาะกลุ่มเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับกลุ่มแปรรูปเนื้อสัตว์(Meat Processing)
เทคนิค: การเติมโซเดี่ยมไบคาร์บอเนตลงในขั้นตอนการหมักจะช่วยเพิ่มค่าPHบนผิวเนื้อ ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อคลายตัวอุ้มน้ำได้ดีขึ้นสัมผัสเนื้อจะนุ่ม ชุ่มฉ่ำและมีความเด้ง
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้เกิน0.5%ของน้ำหนักเนื้อเพราะจะทำให้เนื้อสัตว์มีรสเฝื่อนเค็ม และทำลายเนื้อสัมผัสธรรมชาติจนเปื่อยยุ่ยเกินไป
สำหรับกลุ่มเบเกอรี่(Bakery)
- เทคนิค: โซเดี่ยมไบคาร์บอเนต(เบกกิ้งโซดา)จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อในสูตรมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรดรวมอยู่ด้วย
สำหรับกลุ่มน้ำผลไม้และเครื่องดื่ม(Juice & Beverage)
เทคนิค: ในน้ำผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูงและมีความเปรี้ยวโดดเช่นส้มสายพันธุ์ที่มีความเป็นกรดสูง สัปปะรดหรือมะนาวการใช้โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตเพียงเล็กน้อยจะช่วย"ตัดกรด"ทำให้รสชาติกลมกล่อมดื่มง่ายกลมกลืน โดยไม่ทำลายกลิ่นรสเฉพาะตัวของผลไม้
- ข้อควรระวัง: ต้องมีการควบคุมและวัดค่าPHอย่างละเอียดระหว่างกระบวนการผลิตเพราะหากเติมมากเกินไปจะทำให้น้ำผลไม้สูญเสียรสเปรี้ยวธรรมชาติและกลายเป็นขมหรือจืดชืด
มาตรฐานความปลอดภัยที่คุณมั่นใจ
- โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตฟู้ดเกรดโดยบริษัทฯได้เลือกโรงงานผลิตที่ควบคุมคุณภาพและได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย
"โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตฟู้ดเกรด(Sodium Bicarbonate Foodgrade) ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ผักผลไม้การควบคุมคุณภาพเนื้อสัมผัสและรสชาติให้คงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะมีเคมีภัณฑ์เจือปนอาหารชนิดหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาเป็นระยะเวลายาวนานคือ โซเดี่ยมไบคาร์บอเนต ฟู้ดเกรด(Sodium Bicarbonate Foodgrade)หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ " เบกกิ้งโซดา (Baking Soda)"
สำหรับผู้ผลิตในระดับอุตสาหกรรมการเลือกใช้โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตที่ได้มาตรฐานเกรดอาหาร(Foodgrade)มีความบริสุทธิ์สูงและปลอดภัยตามมาตรฐานสากลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพ
- สูตรทางเคมี: NaHCO3
- ลักษณะทางกายภาพ: เป็นผงผลึกละเอียดสีขาว ละลายน้ำได้ดี
- ค่าความเป็นกรด-ด่าง(PH): มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ(PHประมาณ8.1-8.4ที่สารละลายเข้มข้น1%)
- กลไกการทำงาน: เมื่อได้รับความร้อน(อุณหภูมิ50องศาเซนเซียสขึ้นไป)หรือเมื่อทำปฎิกิริยากับสารที่เป็นกรดจะสลายตัวให้แก็สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์(CO2)น้ำและโซเดี่ยมคาร์บอเนต ซึ่งแก็สนี้เองที่เป็นตัวช่วยความโปร่งฟูและปรับเปลี่ยนโครงสร้างในอาหาร
หน้าที่หลักของโซเดี่ยมไบคาร์บอเนตในอุตสาหกรรมอาหาร
1. สารช่วยให้ฟู(Leavening Agent) :นิยมใช้ในขนมอบเพื่อสร้างแก็สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ดันให้เนื้อแป้งขยายตัวสปริงตัวดีและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มเบา
2. สารข่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัส(Texture Modifier): ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สารนี้จะช่วยปรับค่าPHทำให้โปรตีนผ่อนคลายและดักจับน้ำได้ดีและส่งผลให้เนื้อสัตว์มีความนุ่มและเด้ง
3. สารปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง(PH): ช่วยลดความเปรี้ยวของกรดธรรมชาติและกรดปรุงแต่งในเครื่องดื่ม รักษาสมดุลรสชาติให้กลมกล่อมลื่นคอ
ตารางสเปคอัตราส่วนการใช้(Usage Dosage)ใน 3 อุตสาหกรรมหลัก
| กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก | หน้าที่หลัก | อัตราส่วนการใช้ | วิธีคำนวณ/ข้อแนะนำ |
| โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์/น้ำหมักเนื้อสัตว์รวม | ปรับเนื้อนุ่ม,เด้ง | 0.2%-0.5% |
คำนวณจากน้ำหมักเนื้อสัตว์รวม เช่น เนื้อสัตว์100กก.ใช้สาร200-500กรัม |
|
โรงงานเบเกอรี่และ ขนมอบกรอบ |
เป็นสารช่วยฟูให้ขนมโปร่งเบา | 0.5%-2.0% | คำนวณจากน้ำหนักแป้ง เช่น แป้ง 1กก.ใช้สาร5-20กรัม |
| โรงงานผลิตน้ำผลไม้และของเหลว เช่น เครื่องดื่ม | ปรับลดความเปรี้ยว | 0.05%-0.2% |
คำนวณจากปริมาณรวมของเหลว เช่น น้ำผลไม้1,000ลิตรใช้สาร500กรัม-2กก. |
เทคนิคการใช้งานเฉพาะกลุ่มเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับกลุ่มแปรรูปเนื้อสัตว์(Meat Processing)
เทคนิค: การเติมโซเดี่ยมไบคาร์บอเนตลงในขั้นตอนการหมักจะช่วยเพิ่มค่าPHบนผิวเนื้อ ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อคลายตัวอุ้มน้ำได้ดีขึ้นสัมผัสเนื้อจะนุ่ม ชุ่มฉ่ำและมีความเด้ง
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้เกิน0.5%ของน้ำหนักเนื้อเพราะจะทำให้เนื้อสัตว์มีรสเฝื่อนเค็ม และทำลายเนื้อสัมผัสธรรมชาติจนเปื่อยยุ่ยเกินไป
สำหรับกลุ่มเบเกอรี่(Bakery)
- เทคนิค: โซเดี่ยมไบคาร์บอเนต(เบกกิ้งโซดา)จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อในสูตรมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรดรวมอยู่ด้วย
สำหรับกลุ่มน้ำผลไม้และเครื่องดื่ม(Juice & Beverage)
เทคนิค: ในน้ำผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูงและมีความเปรี้ยวโดดเช่นส้มสายพันธุ์ที่มีความเป็นกรดสูง สัปปะรดหรือมะนาวการใช้โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตเพียงเล็กน้อยจะช่วย"ตัดกรด"ทำให้รสชาติกลมกล่อมดื่มง่ายกลมกลืน โดยไม่ทำลายกลิ่นรสเฉพาะตัวของผลไม้
- ข้อควรระวัง: ต้องมีการควบคุมและวัดค่าPHอย่างละเอียดระหว่างกระบวนการผลิตเพราะหากเติมมากเกินไปจะทำให้น้ำผลไม้สูญเสียรสเปรี้ยวธรรมชาติและกลายเป็นขมหรือจืดชืด
มาตรฐานความปลอดภัยที่คุณมั่นใจ
- โซเดี่ยมไบคาร์บอเนตฟู้ดเกรดโดยบริษัทฯได้เลือกโรงงานผลิตที่ควบคุมคุณภาพและได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย