โซเดี่ยมเบนโซเอท
โซเดี่ยมเบนโซเอท(Sodium Benzoate)คือสารกันเสียเคมีกลุ่มเกลือ(E-numberE211)ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ยีสต์และเชื้อรา โดยโครงสร้างโมเลกุลของมันคือเกลือโซเดี่ยมที่ได้จากกรดเบนโซอิก(Benzoic Acid)มีลักษณะเป็นแท่งขนาดเล็ก(ฮอลแลนด์)และเป็นผงละเอียดสีขาว(อเมริกา)ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ดีมากเหมาะสำหรับอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด
โครงสร้างและกลไกการทำงาน (Chemical Structure &bMechanism)
- สูตรเคมี : C7H5NaO2
-สภาวะที่ทำงานได้ดี : ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดในอาหารที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง(PH)ต่ำกว่า4.5
- กลไกยับยั้งจุลินทรีย์ : เมื่อละลายอาหารที่เป็นกรด โซเดี่ยมเบนโซเอทจะเปลี่ยนรูปเป็นกรดเบนโซอิก(Benzoic Acid)ซึ่งเป็นรูปที่ไม่มีประจุกรดนี้จะสามารถซึมผ่านผนังเซลล์ที่เป็นกลาง กรดจะแตกตัวทำให้ค่าPHภายในเชลล์ของจุลินทรีย์ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เอ็นไซด์และระบบเผาผลาญของจุลินทรีย์หยุดทำงานและตายในที่สุด
อาหารที่มักพบโซเดี่ยมเบนโซเอท(สารกันบูด)
เนื่องจากต้องการสภาวะความเป็นกรดสารนี้จึงมักถูกเพิ่มในอาหารและเครื่องดื่มประเภท
- น้ำอัดลมและน้ำผลไม้พร้อมดื่ม
- ซอสมะเขือเทศ ซอสพริกและน้ำสลัด
- ผักดองและผงไม้แช่อิ่ม
- แยม เจลลี่และเครื่องปรุงรสต่างๆ
กฎหมายและมาตรฐานการใช้งาน(Requlations)
- ADI (Acceptable Daily Intake) : องค์การอนามัยโลก(WHO)กำหนดเกณฑ์ปริมาณที่ปลอดภัยต่อร่างกายไว้ไม่เกิน5มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัมต่อวัน
- มาตรฐานอย.ไทย : ควบคุมการใช้อย่างเข้มงวดตามประเภทอาหาร(ส่วนใหญ่กำหนดไม่เกิน 500-1000มิลิกรัมต่ออาหาร1กิโลกรัม) หากใช้เกินเกณฑ์ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
ข้อมูล ข้อดีสำหรับผู้บริโภคและผู้ผลิต
ด้านการผลิต : ราคาถูก, ละลายน้ำได้ง่าย , ยืดอายุอาหารได้ยาวนาน
ด้านรสชาติ : ไม่ส่งผลกระทบต่อรสชาติอาหารหากใช้ในปริมาณต่ำ
ด้านสุขภาพ : ร่างกายขับออกทางปัสสาวะได้ง่ายไม่สะสมในร่างกาย
ข้อจำกัด/ข้อควรระวัง
- ใช้ไม่ได้ผลในอาหารที่เป็นด่างหรือเป็นกลาง (PH5)
- หากใส่มากเกินไปจะเกิดรสขมและมีรสชาติติดลิ้น
- เลี่ยงเกิดสารเบนซีนหากผสมกับวิตามินซีและโดนความร้อน
อัตราการใช้โซเดี่ยม เบนโซเอท(สารกันบูด)ที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายไทยกำหนดปริมาณการใช้ในหน่วยมิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัมหรือเทียบเท่ากับ พีพีเอ็ม(PPM)โดยแบ่งตามประเถทของอาหารดังนี้
ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม
1. เครื่องดื่มอัดลม(น้ำอัดลม) ไม่เกิน 150 mg/Kg
2. น้ำผลไม้และน้ำผัก(แต่งกลิ่นสังเคราะห์) ไม่เกิน 500 mg/Kg
3. ขนมหวานที่มีนมเป็นส่วนประกอบ(ไอศครีม,โยเกริต์) ไม่เกิน 1000 mg/Kg
4. ผลไม้แห้ง/ผลไม้แช่อิ่ม ไม่เกิน 500 mg/Kg
5. แยม/เจลลี่/มาร์มาเลด ไม่เกิน 500 mg/Kg
6. ผักดอง/ผลไม้ดอง ไม่เกิน 1000 mg/Kg
7. ซอสต่างๆ(เช่นซอสมะเขือ,ซอสพริก,ซอสถั่วเหลือง) ไม่เกิน 1000 mg/Kg
8. น้ำสลัด/มายองเนส ไม่เกิน 1000 mg/Kg
ทางลูกค้าสนใจผลิตภัณฑ์กรุณาติดต่อฝ่ายขายได้ทันที
กลับ
โครงสร้างและกลไกการทำงาน (Chemical Structure &bMechanism)
- สูตรเคมี : C7H5NaO2
-สภาวะที่ทำงานได้ดี : ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดในอาหารที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง(PH)ต่ำกว่า4.5
- กลไกยับยั้งจุลินทรีย์ : เมื่อละลายอาหารที่เป็นกรด โซเดี่ยมเบนโซเอทจะเปลี่ยนรูปเป็นกรดเบนโซอิก(Benzoic Acid)ซึ่งเป็นรูปที่ไม่มีประจุกรดนี้จะสามารถซึมผ่านผนังเซลล์ที่เป็นกลาง กรดจะแตกตัวทำให้ค่าPHภายในเชลล์ของจุลินทรีย์ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เอ็นไซด์และระบบเผาผลาญของจุลินทรีย์หยุดทำงานและตายในที่สุด
อาหารที่มักพบโซเดี่ยมเบนโซเอท(สารกันบูด)
เนื่องจากต้องการสภาวะความเป็นกรดสารนี้จึงมักถูกเพิ่มในอาหารและเครื่องดื่มประเภท
- น้ำอัดลมและน้ำผลไม้พร้อมดื่ม
- ซอสมะเขือเทศ ซอสพริกและน้ำสลัด
- ผักดองและผงไม้แช่อิ่ม
- แยม เจลลี่และเครื่องปรุงรสต่างๆ
กฎหมายและมาตรฐานการใช้งาน(Requlations)
- ADI (Acceptable Daily Intake) : องค์การอนามัยโลก(WHO)กำหนดเกณฑ์ปริมาณที่ปลอดภัยต่อร่างกายไว้ไม่เกิน5มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัมต่อวัน
- มาตรฐานอย.ไทย : ควบคุมการใช้อย่างเข้มงวดตามประเภทอาหาร(ส่วนใหญ่กำหนดไม่เกิน 500-1000มิลิกรัมต่ออาหาร1กิโลกรัม) หากใช้เกินเกณฑ์ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
ข้อมูล ข้อดีสำหรับผู้บริโภคและผู้ผลิต
ด้านการผลิต : ราคาถูก, ละลายน้ำได้ง่าย , ยืดอายุอาหารได้ยาวนาน
ด้านรสชาติ : ไม่ส่งผลกระทบต่อรสชาติอาหารหากใช้ในปริมาณต่ำ
ด้านสุขภาพ : ร่างกายขับออกทางปัสสาวะได้ง่ายไม่สะสมในร่างกาย
ข้อจำกัด/ข้อควรระวัง
- ใช้ไม่ได้ผลในอาหารที่เป็นด่างหรือเป็นกลาง (PH5)
- หากใส่มากเกินไปจะเกิดรสขมและมีรสชาติติดลิ้น
- เลี่ยงเกิดสารเบนซีนหากผสมกับวิตามินซีและโดนความร้อน
อัตราการใช้โซเดี่ยม เบนโซเอท(สารกันบูด)ที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายไทยกำหนดปริมาณการใช้ในหน่วยมิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัมหรือเทียบเท่ากับ พีพีเอ็ม(PPM)โดยแบ่งตามประเถทของอาหารดังนี้
ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม
1. เครื่องดื่มอัดลม(น้ำอัดลม) ไม่เกิน 150 mg/Kg
2. น้ำผลไม้และน้ำผัก(แต่งกลิ่นสังเคราะห์) ไม่เกิน 500 mg/Kg
3. ขนมหวานที่มีนมเป็นส่วนประกอบ(ไอศครีม,โยเกริต์) ไม่เกิน 1000 mg/Kg
4. ผลไม้แห้ง/ผลไม้แช่อิ่ม ไม่เกิน 500 mg/Kg
5. แยม/เจลลี่/มาร์มาเลด ไม่เกิน 500 mg/Kg
6. ผักดอง/ผลไม้ดอง ไม่เกิน 1000 mg/Kg
7. ซอสต่างๆ(เช่นซอสมะเขือ,ซอสพริก,ซอสถั่วเหลือง) ไม่เกิน 1000 mg/Kg
8. น้ำสลัด/มายองเนส ไม่เกิน 1000 mg/Kg
ทางลูกค้าสนใจผลิตภัณฑ์กรุณาติดต่อฝ่ายขายได้ทันที
